HomeReviewแชร์ประสบการณ์สอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยด้วย หลักสูตร GED และเทคนิคการเตรียมสอบ ฉบับคนไม่เก่งวิทย์-คณิต

แชร์ประสบการณ์สอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยด้วย หลักสูตร GED และเทคนิคการเตรียมสอบ ฉบับคนไม่เก่งวิทย์-คณิต

มีน้องๆ หลายคนเริ่มสนใจการสอบเทียบด้วย หลักสูตร GED เพราะการสอบเทียบด้วยหลักสูตรนี้จะทำให้น้องๆ ได้วุฒิม.6 และที่สำคัญน้องๆ สามารถนำวุฒินี้ไปใช้สอบเข้าต่อในระบบ TCAS ได้ด้วย หลักสูตร GED เป็นอย่างไร ต้องสอบอะไรบ้าง สามารถนำวุฒิไปสอบ TCAS ได้ยังไง วันนี้พี่เค้กจะมาแชร์ประสบการณ์จริงการสอบ GED อย่างละเอียด และการเตรียมสอบ TCAS ฉบับคนที่ไม่เก่งวิชาวิทย์ คณิต จนสามารถพิชิตคณะในฝันได้สำเร็จ จะเป็นยังไงไปติดตามได้เลยค่ะ 

ก่อนอื่นให้น้องเค้กแนะนำตัวก่อนเลยค่ะ 

สวัสดีค่ะชื่อนางสาวดนชา มั่งพร้อม ชื่อเล่น เค้ก จบวุฒิสอบเทียบของอเมริกาหรือ GED  ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่ วิทยาลัยนานาชาติเพื่อศึกษาความยั่งยืน สาขาวิชาการจัดการภาคบริการและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรธ ค่า

จากเด็ก ม.ปลาย ทำไมถึงตัดสินใจสอบเทียบด้วย หลักสูตร GED

ก่อนหน้านี้เค้กเรียนอยู่ที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร(ฝ่ายมัธยม) เอกนันทนาการและภาษาเพื่อการท่องเที่ยวค่า ที่หนูตัดสินใจเลือกสอบเทียบ หลักสูตร GED เพราะมันเริ่มจากรู้ว่าไม่ชอบอะไรก่อนแล้วก็ค่อยๆ เริ่มรู้ว่าพอจะไปทางไหนได้บ้าง เมื่อก่อนหนูไม่เก่งวิชาการเลยสักวิชาค่ะโดยเฉพาะคณิตหรือวิทย์ แม้หนูลองพยายามที่จะเข้าใจมันดูแต่ก็ไม่สำเร็จค่ะ ก็เลยสรุปจากการประเมินตัวเองได้ว่า “อ๋อ มันคงไม่ใช่ทางจริงๆนั่นแหละ” หนูเลยพยายามค้นหาตัวเองแล้วก็ตัดทางเลือกวิชาที่ไม่ใช่ ไม่ชอบ ไม่ถนัดออกไปก่อนค่ะ หนูเลยรับรู้ว่าหนูชอบทำกิจกรรมหรือวิชาที่ไม่ต้องนั่งเรียนแต่เป็นปฎิบัติมากกว่า หนูชอบที่จะออกไปเที่ยว ออกไปทำกิจกรรม จากนั้นหนูก็รู้สึกได้เลยค่ะว่าการท่องเที่ยวนั่นแหละคือทางที่หนูไปต่อได้ และเมื่อหนูประเมินตัวเองจนรับรู้ความชอบของตัวเองว่าอยากเรียนทางไหน ก็ทำให้มันเร็วขึ้นสักปีก็ไม่เสียหายค่ะ ประหยัดเวลาแล้วก็มีเวลาอ่านหนังสือมากขึ้นด้วยค่ะ ซึ่งตอนนั้นเค้กก็เรียนไปด้วยสอบเทียบไปด้วยค่ะ หนูสอบเทียบตอนม.5 เทอม1 แล้วค่อยลาออกตอนสอบเทียบเสร็จหมดแล้วค่ะ

การสอบเทียบด้วย หลักสูตร GED เป็นยังไง?

หลักสูตร GED

การสอบ GED เป็นระบบการสอบเทียบของอเมริกาที่จะทดสอบวัดความรู้เพื่อวัดว่าเราพร้อมที่จะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยรึเปล่า ซึ่งหลักสูตร GED ใช้สำหรับสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั่วโลกค่ะ ต้องไปสอบที่ศูนย์สอบที่จัดเตรียมไว้ ทั้งหมด 4วิชา มีวิชา Math, Social studies, Science แล้วก็ Reasoning Through Language Arts ซึ่งข้อสอบก็จะเป็นภาษาอังกฤษล้วนค่ะ 

ส่วนระยะเวลาในการสอบของแต่ละคนไม่เท่ากันค่ะ อยู่ที่การวางแผนการอ่านหนังสือหรือวางแผนการลงสอบของแต่ล่ะคน แต่ของหนูคือ หนูใช้เวลาเตรียมตัวคร่าวๆ 1เดือนก่อนเริ่มสอบค่ะ ตอนสอบวิชาแรกจนถึงวิชาสุดท้ายใช้เวลา 2เดือนกับอีก 2อาทิตย์ค่ะ ประมาณว่าเราไม่จำเป็นต้องลงสอบทั้ง 4วิชาภายในวันเดียวค่ะ เราสามารถบริหารจัดการเวลาได้ตามใจชอบค่ะ สอบวิชานี้สัปดาห์นี้ อีกวิชาสัปดาห์หน้าก็ได้ค่ะ หรือจะสอบวิชาละเดือนก็ได้ค่ะ แล้วแต่คนสอบเลย ซึ่งเราสามารถเลือกได้เลยค่ะว่า 4วิชาตรงนี้ อยากสอบวิชาไหนก่อนหลัง ห่างกันกี่วันยังไงบ้าง

โดยการสอบ GED เปิดให้สอบได้ตลอดปีเลยค่ะ (แต่แนะนำให้ดูวันเวลากับทางศูนย์สอบที่สะดวกเรื่อยๆ ด้วยค่ะ) พร้อมเมื่อไหร่ก็ไปสอบได้เลย ส่วนคะแนนเต็มก็วิชาละ 200 คะแนน เกณฑ์ผ่านอยู่ที่ 145 คะแนน สอบแล้วทราบผลสอบได้ทันทีเลยค่ะ

ข้อสอบ GED เป็นข้อสอบแบบไหน

ข้อสอบ GED เน้นการคิดวิเคราะห์ การนำมาประยุกต์ มากกว่าท่องจำหรือการแก้โจทย์ค่ะ ซึ่งการสอบ GED ไม่ได้จำกัดวุฒิการศึกษาขั้นต่ำ เพียงแต่ผู้สอบต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป ข้อสอบเลยวัดระดับความรู้ม.ต้นผสมกับม.ปลายค่ะ แต่ถ้าถามถึงความคิดเห็นส่วนตัวข้อสอบก็ไม่ได้ยากเกินไปค่ะ ถ้าตั้งใจก็ทำได้แน่นอน! แต่ก็ต้องตั้งใจอ่านหนังสือแล้วก็มีความตั้งใจค่ะ พื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญมากๆๆๆ ในการสอบGEDค่ะ ถ้าจะยาก มันจะไปหนักวิชาที่คนไทยแบบเราไม่ได้เรียนมาก่อนอย่างเช่น social studies ที่เน้นเป็นประวัติศาสตร์ประเทศอเมริกาค่ะ ในเมื่อมันเป็นวุฒิสอบเทียบของอเมริกา เนื้อหาข้อสอบก็เป็นอเมริกาค่ะ นอกจากนี้ก็มีวิชา RLAหรือ Reasoning Through Language Arts  ที่มี part ของ essay ค่ะ ฝึกเขียนเยอะๆ ก็ไม่พลาดแน่นอน

เมื่อสอบเทียบแล้วเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยยังไงบ้าง?

พอสอบเทียบเสร็จก็เริ่มคิดตีกรอบคณะหรือสาขามาแล้วค่ะว่าอยากเข้าคณะหรือสาขาประมาณไหนบ้าง ช่วงเวลาหลังจากสอบเทียบเสร็จก็หาข้อมูลมหาลัยควบคู่กับอ่านหนังสือ  จริงๆ ก็หาข้อมูลตั้งแต่ก่อนสอบเทียบแล้วค่ะแต่ก็ติดตามข่าวสารหาข้อมูลเรื่อยๆ ตลอด 

วิชาที่หนูสอบในปี TCAS65 มี GAT, PAT1, วิชาสามัญภาษาไทย, วิชาสามัญสังคม, วิชาสามัญอังกฤษ, วิชาสามัญวิทยาศาสตร์ทั่วไป, วิชาสามัญคณิตศาสตร์2 ค่ะ 

หนูเริ่มอ่านสอบ TCAS ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 ด้วยความคิดที่ว่า เราเรียนไม่จบม.6 เหมือนคนอื่น เราก็ต้องพยายามมากกว่าคนอื่น ช่วงนั้นก็อ่านหนังสือแบบบ้าคลั่งเลยค่ะ ช่วงนั้นตารางชีวิตประมาณว่า ตื่นนอน กินข้าว อาบน้ำ อ่านหนังสือ กินข้าว แล้วก็อ่านหนังสือใหม่อีกรอบ วนไปหลายเดือนเลยค่ะ

ไม่เก่งคณิตและวิทย์ต้องเตรียมสอบยังไง?

หนูเริ่มเตรียมตัวจากวิชาที่ต้องใช้เวลานานในการเข้าใจอย่างคณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ก่อน แต่ก็สลับไปวิชาที่ต้องทำความเข้าใจในเนื้อหาอย่างอังกฤษและภาษาไทยด้วยค่ะ ช่วงแรกจะแบ่งเป็นวันละ2 วิชาค่ะ อย่างเช่น คณิตกับอังกฤษวันจันทร์ ภาษาไทยกับวิทย์วันอังคาร พอเริ่มปูเนื้อหาแต่ละวิชาครบทุกวิชาแล้วก็ฝึกทำโจทย์หรือข้อสอบเก่าค่ะ 

เลือกติวภาษาอังกฤษกับพี่ติงลี่ Dek-D School

อย่างภาษาอังกฤษที่เลือกติวภาษาอังกฤษกับพี่ติงลี่เพราะเคยเห็นรีวิวแล้วก็มีการให้ทดลองเรียนฟรีด้วย เลยตัดสินใจว่า โอเค! กับพี่ติงลี่นี่แหละ แล้วไม่ผิดหวังเลยค่ะที่เลือกมาเรียน มีหลาย part แบ่งอย่างชัดเจน มีแบบฝึกหัดให้ทำ รวมถึงข้อสอบเก่าจากปีก่อนๆ ด้วย มีการอธิบายทีละข้ออย่างชัดเจน มีหลายทริคที่ได้จากการเรียนค่ะ แนะนำเลยว่าจะไม่เสียใจที่ได้เรียน 

นอกจากนี้ยังมีเทคนิคในการเดาศัพท์ที่ใช้ได้จริงในข้อสอบ อย่าง prefix suffix หรือ part reading คนขี้เกียจอ่านอะไรยาวๆ ก็คือแนะนำเลย จริงๆ หนูเป็นคนที่แกรมม่าไม่ค่อยได้เท่าไรค่ะ อ่านหรือฟังรู้เรื่องก็จริง พอมาเรียนก็มีพื้นฐานที่ดีขึ้นค่ะ ไม่เสียใจเลยที่เรียน

ไม่ถนัดคณิตศาสตร์เลือกติวกับอ.กิ๊ฟ Dek-D School

ส่วนวิชาคณิตศาสตร์หนูไม่ถนัดเลขเลย ไม่เลย ไม่เลยจริงๆ ค่ะ หนูเลยเลือกลงคอร์สพิชิต TCAS คณิตศาสตร์ประยุกต์ กับ อ.กิ๊ฟเป็นอันดับแรก อ.กิ๊ฟสอนดีมากค่ะ เสียงนุ่มแต่ไม่ได้ชวนหลับ เลยทำให้หนูตัดสินใจเรียนกับอ.กิ๊ฟค่ะ ขอยอมรับตรงนี้ค่ะว่าแอบตัดบทที่รู้สึกว่าไม่ไหวจริงๆ ออกแล้วไปทุ่มเทกับบทอื่นที่ทำได้ค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าบทที่เราเลือกทุ่มเทก็ทำให้เราได้คะแนนที่พอใจออกมา ส่วนเทคนิคต่างๆ ที่ได้มาจาก อ.กิ๊ฟทำให้ผลสอบออกมาค่อนข้างน่าพอใจค่ะ อาจจะไม่ได้เยอะมากแต่ก็เกินความคาดหวังค่ะ เพราะพื้นฐานเดิมของเราคือไม่ได้คณิตเลยการที่ได้เท่านี้ก็คือพอใจแล้วค่ะ

เตรียมสอบวิชาที่ถนัดและไม่ถนัดต่างกันยังไง?

วิธีการอ่านของคณิตกับอังกฤษของหนู ต่างกันสิ้นเชิงเลยค่ะ ด้วยความที่ว่าหนูถนัดอังกฤษมากกว่า หนูเลยเข้าใจได้มากกว่าแล้วก็ไปไวกว่า แต่หนูใช้คอนเซปต์ที่ว่าเมื่อไหร่ที่เราเข้าใจสักบทนึงหรือเรื่องนึงก็สรุปสิ่งที่เข้าใจไว้แล้วมาอ่านซ้ำพอจะเริ่มอีกบทนึง หนูเป็นประเภทที่ต้องเน้นย้ำกับตัวเองค่ะ อะไรที่ทำทุกวันบ่อยๆ ก็จำได้แล้วก็ทำได้เองค่ะ อย่าไปประหม่าหรือกลัวมัน เหมือนกับว่าเวลาเรากินข้าวหรืออาบน้ำในทุกวันเราก็ไม่ได้รู้สึกกลัว ประหม่า หรือเครียด ใช่มั้ยคะ เพราะงั้นการที่เราอ่านหนังสือทุกวัน ทำโจทย์ทุกวันให้เหมือนกับการกินข้าว อาบน้ำแล้วใช้คอนเซปนี้ในทุกวันก็จะทำให้เราไม่ประหม่าค่ะ แค่พยายามให้มากๆ ก็พอแล้วค่ะ คะแนนเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้เลยค่ะ อาจจะมีน้อยหรือต่ำกว่าที่หวังบ้างแต่บางวิชาก็เกินความคาดหมายเลยค่ะ

ฝากถึงน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบในวิชาที่ไม่ถนัดหน่อยค่ะ

สำหรับน้องๆ ที่กำลังอ่านอยู่แล้วกำลังเจอกับปัญหาเตรียมตัวสอบในวิชาที่ไม่ถนัดนะคะ พูดตามตรงก็ไม่ได้มีทางเลือกมากนักหรอกค่ะมี 2 ทางเลือกให้ง่ายๆ คือ ยอมแพ้ หรือ สู้อย่างเต็มที่ อยากบอกว่าเข้าใจดีเลยค่ะ ว่าการอ่านหนังสือในวิชาที่ไม่ถนัดมันทรมานหรือเหนื่อยขนาดไหน แต่มันก็มีทางเลือกแค่ว่าพอแค่นี้หรือไปต่อจนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย เลือกในสิ่งที่น้องๆ คิดว่าจะไม่เสียใจทีหลังดีกว่าค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นคนเรามันก็ต้องท้อบ้างใช่มั้ยคะ ท้อได้ค่ะ ไม่ใช่ปัญหาเลยถ้าคนเรามันจะท้อ เศร้า เสียใจ เหนื่อย ก็เรายังเป็นมนุษย์และเด็กคนนึงที่กำลังจะเป็นผู้ใหญ่ในรั้วมหาลัย พักไปกินของอร่อยๆ ฟังเพลงที่ชอบ ดูศิลปินคนโปรด แล้วกลับมาสู้ต่อแบบที่ตัวเราเองในอนาคตจะไม่เสียใจค่ะ มั่นใจได้เลยว่าระยะเวลาหลายปีในรั้วมหาลัยที่เราเลือกเองมันต้องคุ้มค่ากับความเหนื่อยที่เราอดทนแน่นอนค่ะ ถึงคนเก่งทุกคนที่อ่านอยู่ 🙂

สุดท้ายนี้อยากให้ฝากถึงน้อง #Dek66 ที่กำลังเตรียมสอบหน่อยค่ะ

สำหรับน้องๆ #Dek66 ที่กำลังอ่านหนังสือ กำลังพยายามอย่างหนักกับมหาลัยในฝันหรือคณะที่หวัง อย่ากดดันตัวเองหรือฝืนมากไปนะคะ  รู้แหละว่าเหนื่อยแล้วก็ท้อมากๆๆๆๆ เข้าใจเป็นอย่างดีเลยค่ะ ยิ่งปี 66 เป็นปีที่เปลี่ยนข้อสอบใหม่ด้วย อยากให้ตั้งใจแล้วก็ทำให้เต็มที่ไปให้สุดในทุกทางไปเลยค่ะ ทำทุกอย่างที่คิดว่าไม่ว่าผลจะเป็นยังไงก็จะไม่เสียใจหรือเสียดายแน่นอน ถึงผลมันจะออกมาไม่ดี ไม่สำเร็จตามคาดหวังก็อยากให้รู้ว่า “เก่งที่สุดเลย เต็มที่มากแล้วนะ” อย่าลืมว่าเรายังเป็นมนุษย์คนนึงอยู่ การหักโหมเกินไปก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดี อย่าลืมพักผ่อนให้เต็มที่ กินอิ่มนอนหลับ ลุกมาสู้ต่อจนถึงท้ายที่สุดกันค่ะ เป็นกำลังใจให้และขอให้ทุกอย่างออกมาดีตามที่ทุกคนหวังนะคะ 


อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว พี่เชื่อว่าบทความของพี่เค้กน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ ที่กำลังเครียดๆ กับการสอบในวิชาที่ไม่ถนัดอยู่ ให้มีกำลังใจในการสู้ต่อไปในการสอบ TCAS ช่วงโค้งสุดท้ายนี้

เตรียมสอบภาษาอังกฤษ TCAS66 กับ Dek-D School

สำหรับน้องๆ ที่กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบวิชาสามัญภาษาอังกฤษ สามารถวางแผนติวด้วยคอร์สพิชิต TCAS ภาษาอังกฤษ สอนโดย ครูพี่ติงลี่ (รชต กิตติโกสินท์) อาจารย์ตัวจริงเรื่องภาษาอังกฤษ ประสบการณ์ติวน้องๆ สอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำมากกว่า 15 ปี “แม่นอังกฤษทุกพาร์ท ครบทุกจุด GAT, วิชาสามัญ และ O-NET จบได้ในคอร์สเดียว” เนื้อหาพร้อมเรียนทุกหัวข้อ ตลอด 24 ชม. ทวนซ้ำไม่จำกัดชั่วโมง 6 เดือนเต็ม พร้อมหนังสือเรียนส่งถึงบ้านฟรี

เพิ่มคลังคำศัพท์ 3,000 คำผ่านแบบฝึกหัด

  • อธิบายละเอียด ตั้งแต่เรื่องพื้นฐานไปจนถึงเรื่องที่โรงเรียนไม่ได้สอนแต่ออกสอบ
  • เทคนิคลับ Anatomy of passage ใช้ทำข้อสอบ Reading ได้ทุกรูปแบบ
  • ตะลุยโจทย์เน้นๆ ด้วยข้อสอบกว่า 50 ชุด พร้อมอัปเดตข้อสอบปี 64 ล่าสุด!
  • เรียนแล้วสงสัย ถามพี่ติงลี่ได้ที่ใต้คลิปเรียนเลย

น้องๆ ที่สนใจ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกกล่องข้างล่างเลยค่ะ

เตรียมสอบคณิตศาสตร์ประยุกต์ TCAS66 กับ Dek-D School

ส่วนน้องๆ ที่อยากวางแผนการติว เตรียมสอบคณิตศาสตร์ประยุกต์ TCAS66 กับ Dek-D School เพื่อพิชิตคะแนนคณิตศาสตร์ประยุกต์ ทั้งคณิตศาสตร์พื้นฐาน และ คณิตศาสตร์เพิ่มเติม ด้วยการสรุปเนื้อหา ม.4-ม.6 แบบครบถ้วน เข้าใจง่าย และตะลุยโจทย์หลายรูปแบบ ฝึกประยุกต์ใช้ความรู้ด้วยเทคนิคหลากหลายไม่ซ้ำใคร กับ อ.กิ๊ฟ ผศ.ดร.วิทวัชร์ โฆษิตวัฒนฤกษ์ อาจารย์ผู้มีประสบการณ์ในการสอนมากกว่า 10 ปี และงานติวระดับประเทศมากว่า 20 ปี สอนเทคนิคการตีโจทย์ให้แตก ทำโจทย์เร็ว ไม่ต้องพึ่งสูตร พร้อมตะลุยโจทย์ข้อสอบเก่า 5 ปีย้อนหลังแบบจัดเต็ม แถมอัปเดตเฉลยข้อสอบปีล่าสุดแบบละเอียดยิบ สำหรับน้องๆ ที่สนใจติวกับ อ.กิ๊ฟสามารถเลือกคลิกที่รายวิชาด้านล่างได้เลยค่ะ

ทุกๆ คอร์สที่น้องๆ ติวออนไลน์กับ Dek-D School สามารถทวนซ้ำได้ไม่จำกัดชั่วโมงตลอด 6 เดือน พร้อมรับหนังสือประกอบการเรียนส่งตรงถึงบ้านฟรี! ที่สำคัญที่สุดแม้ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์ แต่น้องๆ สามารถสอบถามข้อสงสัยกับอาจารย์ได้ที่ใต้คลิปที่กำลังเรียนอยู่ โดยจะได้รับแจ้งเตือนเมื่อมีการตอบกลับ 

น้องๆ ที่สนใจอยากติวออนไลน์กับ Dek-D School สามารถปรึกษาพี่ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Line @SchoolDekD หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสาร และเทคนิคการติวต่างๆ เพิ่มเติม ได้ที่ Facebook Dek-D School เลยนะคะ

Comments

comments

RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular

Recent Comments